โปรแกรมบัญชี MyGL
โปรแกรมบัญชี MyGL
สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความประสงค์ จะจัดอบรม ให้แก่ผู้ที่สนใจ โปรแกรมบัญชี MyGL ไปใช้งานในการจัดทำบัญชีของกิจการให้เป็นระบบได้อย่างคุ้มค่า
วัตถุประสงค์
เพื่อให้สามารถใช้งานโปรแกรม MyGL ในการรองรับธุรกิจประเภทซื้อมา-ขายไป การผลิต และการบริการได้อย่างถูกต้องด้วยตนเองเพื่อช่วยในการจัดทำบัญชีของกิจการให้เป็นระบบ ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำบัญชีและมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้นเพื่อแนะนำการใช้งานโปรแกรมบัญชีสำหรับผู้ที่ต้องการจัดทำบัญชีแยกประเภทอย่างง่าย
ด้วยตนเอง
วันเวลาสถานที่จัดอบรม
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 09.00-17.00 น.
ณ สำนักคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ถ.พิบูลสงคราม (พระราม 7)
หัวข้อที่อบรม “ทำบัญชีง่ายๆ ด้วยโปรแกรมบัญชี MyGL”
ภาพรวมเกี่ยวกับโครงสร้างของธุรกิจและการบันทึกบัญชี (ธุรกิจซื้อมา-ขายไปธุรกิจการผลิต ธุรกิจการบริการ)
การแนะนำโปรแกรม MyGL
- ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบ
- ความต้องการระบบ
- วิธีการติดตั้งโปรแกรม
- ขั้นตอนการใช้งานโปรแกรม
- การเรียกใช้เมนูของโปรแกรม
ฝึกปฏิบัติการใช้งานโปรแกรม MyGL การจัดทำบัญชีทั่วไปโดย โปรแกรม MyGL พร้อมภาคปฏิบัติ สำหรับธุรกิจขนาดย่อม จากสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรราชูปถัมภ์ โดยคณะอนุกรรมการด้านการทำบัญชี ได้พัฒนาโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป MyGL และนำออกเผยแพร่ผ่านWebsite ของสภาวิชาชีพบัญชีฯ เพื่อให้สมาชิก Download ไปใช้งานได้ฟรีนั้น ปรากฎว่ามีผู้สนใจใช้งานเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อแนะนำท่านให้รู้จักการทำงานของโปรแกรมสำเร็จรูป MyGL ที่มี
Functions ในการตรวจสอบบัญชี การยกยอดบัญชีและการออกรายงานต่างๆ ได้แก่ สมุดรายวัน บัญชีแยกประเภท กระดาษทำการ งบทดลอง งบดุลงบกำไรขาดทุน งบต้นทุนขาย รวมถึงรายงานภาษี ซื้อและภาษีขาย
วิทยากร
รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณนิภา รอดวรรณะ
- อาจารย์ประจำภาควิชาการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี
- กรรมการ คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการทำบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
คุณมณีรัตน์ ติรไพรวงศ์ และทีมงาน
- Programmer ผู้พัฒนาโปรแกรม MyGL
ผู้ควรเข้าร่วมการอบรม
- นักบัญชี หรือผู้จัดทำบัญชี
- ผู้สนใจบัญชีประเภทธุรกิจขนาดย่อม
- ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม
- ผู้สนใจทั่วไป
ค่าอบรมรวมเอกสารประกอบการอบรม อาหารว่าง และอาหารกลางวัน
สมาชิกสภาฯ 2,500 บาท รวม VAT เป็น 2,675 บาท
บุคคลทั่วไป 3,000 บาท รวม VAT เป็น 3,210 บาท
โดยสามารถนับชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชีเป็นด้านบัญชี 6 ชม. 30 นท.
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่
สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
133 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 0-2685-2500 ต่อ 2526,2583,2572-5 โทรสาร 0-2685-2503,0-2685-2539
สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับคนไทยที่บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ญี่ปุ่น
เลขที่ข่าว ปชส. 39/2554
วันที่แถลงข่าว 16 มีนาคม 2554
เรื่อง สรรพากรใจดีให้คนไทยที่บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ญี่ปุ่นได้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ตามที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิในหลายพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น ทำให้
ชาวญี่ปุ่นได้รับความเดือดร้อนสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก จนมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
ในประเทศไทยตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว โดยเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อรวบรวมส่งไปใช้
บรรเทาทุกข์ต่อไป นั้น
กรมสรรพากร ขอแจ้งให้ทราบว่าเพื่อให้การบริจาคช่วยเหลือในกรณีดังกล่าว สามารถนำเงินหรือมูลค่า
ทรัพย์สินที่บริจาค นำมาหักเป็นค่าลดหย่อน หรือหักเป็นรายจ่ายในการเสียภาษีได้ นั้น จะต้องเป็นไปตาม
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
๑. ผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดา ได้เฉพาะผู้ที่บริจาคเป็นเงิน ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัย ผ่านบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 อสมท. เป็น
ต้น สามารถนำเงินบริจาคนั้นหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้ตามจริง (รวมกับเงินบริจาคอื่นๆ ด้วย) แต่ไม่เกิน
ร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว โดยใช้หนังสือสำคัญการรับเงินบริจาค จากนิติ
บุคคลที่เป็นตัวแทนรับบริจาคหรือใบโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือสลิปของธนาคาร เพื่อเป็นหลักฐานในการนำไป
หักลดหย่อนต่อไป
๒. ผู้บริจาคที่เป็นบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคนำมา
หักรายจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิในปีที่บริจาค นอกจากนี้ กรณีทรัพย์สินหรือสินค้าที่
นำไปบริจาคก็ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่ถือเป็นการขาย
ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นตัวแทนรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน ตามข้อ 1 และข้อ ๒
ต้องนำเงินและทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคมาทั้งจำนวนนั้น ไปบริจาคให้แก่หน่วยงานของส่วนราชการไทยเท่านั้น
เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ช่วยผู้ประสบภัย และหน่วยงานราชการนั้นจะต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือ
สำคัญการรับเงินที่เป็นยอดรวมให้ตรงกับยอดบริจาค เช่นนี้ ผู้บริจาคตามข้อ ๑ และข้อ ๒ จึงจะได้รับสิทธินำยอดเงิน
หรือทรัพย์สินที่บริจาคไปหักลดหย่อนหรือหักรายจ่ายได้ แต่หากตัวแทนรับบริจาคนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย
โดยตรงผู้บริจาคจะไม่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนแต่อย่างใด
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเรื่องที่
ร้ายแรง มีชาวญี่ปุ่นสูญเสียเป็นจำนวนมาก การที่คนไทยร่วมกันบริจาคเงินและทรัพย์สินให้ความช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจและความมีเมตตาประสงค์ที่จะช่วยเหลือ
เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ดังนั้น นอกจากผู้บริจาคจะได้รับอานิสงค์ผลบุญตามความเชื่อของชาวไทยแล้ว ยังได้รับ
สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย แต่ทั้งนี้ขอให้เป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรด้วย”