Rukbunchee ‘แนวข้อสอบ TAX AUDIT’ By audit

การจัดทำกระดาษทำการ


การจัดทำกระดาษทำการ

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ต้องจัดทำกระดาษทำการไว้เป็นหลักฐานในการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี โดยข้อมูลที่จดบันทึกในกระดาษทำการจะต้องมีความสมบูรณ์และมีรายละเอียดเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี  ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

กระดาษทำการไม่มีขอบเขต รูปแบบ และเนื้อหาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเนื้อหาในเรื่องที่ตรวจสอบ   ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของการใช้ดุลยพินิจเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากรเอง  แต่อย่างไรก็ตาม ขอบเขต รูปแบบ และเนื้อหาของกระดาษทำการควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

1.  ขอบเขตของกระดาษทำการ

การกำหนดขอบเขตของกระดาษทำการ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องพิจารณาถึงธุรกิจที่ตรวจสอบและมาตรฐานการปฏิบัติงานที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.122/2545ฯ โดยจะต้องรวบรวมสิ่งที่มีความจำเป็นและเหมาะสมในการตรวจสอบบันทึกไว้ในกระดาษทำการ

2.  รูปแบบและเนื้อหาของกระดาษทำการ

รูปแบบและเนื้อหาของกระดาษทำการ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องออกแบบ และจัดทำกระดาษทำการให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของตนในการตรวจสอบเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบและรับรองบัญชีของแต่ละกิจการ  ซึ่งผู้สอบบัญชีภาษีอากรอาจใช้กระดาษทำการที่แต่ละสำนักงานจัดทำไว้เป็นรูปแบบมาตรฐานก็ได้

ความแตกต่างของรูปแบบ และเนื้อหาของกระดาษทำการที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร ต้องจัดทำนั้น ขึ้นอยู่กับเรื่องต่างๆ  ดังต่อไปนี้

2.1 ลักษณะและความซับซ้อนของธุรกิจ

กระดาษทำการที่จัดทำขึ้นสำหรับกิจการที่มีการดำเนินธุรกิจหลายประเภทและ   มีความซับซ้อนย่อมมีเนื้อหาและรายละเอียดที่จำเป็นมากยิ่งขึ้น

2.2 ลักษณะ และสภาพของระบบบัญชีและระบบการควบคุมภายในของกิจการ

กระดาษทำการที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกความเข้าใจในระบบบัญชี  ระบบการควบคุมภายใน และการประเมินความเสี่ยงจากการควบคุมของกิจการ อาจมีลักษณะเป็นแผนภูมิระบบบัญชีหรือคำอธิบายเกี่ยวกับระบบบัญชี ผังทางเดินเอกสาร การใช้แบบสอบถามเพื่อจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับระบบบัญชีและระบบการควบคุมภายใน

2.3 การใช้กระดาษทำการเพื่อประโยชน์ในการสั่งการ การควบคุมดูแล และ การสอบทานงานที่ปฏิบัติโดยผู้ช่วยผู้สอบบัญชีภาษีอากร

กระดาษทำการที่มีรูปแบบเป็นมาตรฐานจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรในการแบ่งงาน และเป็นเครื่องมือในการควบคุมคุณภาพงานของผู้ช่วยผู้สอบบัญชีภาษีอากร

3.  สาระสำคัญที่ควรปรากฏในกระดาษทำการ

3.1 กระดาษทำการควรแสดงให้เห็นว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้จัดทำแนวทางการสอบบัญชีอย่างระมัดระวังและรอบคอบ  และได้ควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ช่วยผู้สอบบัญชีภาษีอากร   (ถ้ามี) โดยใกล้ชิด

3.2 กระดาษทำการต้องแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลและตัวเลขในงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรรับรองถูกต้องตรงตามบันทึกและหลักฐานทางการบัญชีของกิจการที่ตรวจสอบ

3.3 กระดาษทำการต้องแสดงให้เห็นว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากรและผู้ช่วยผู้สอบบัญชีภาษีอากร ได้ปฏิบัติงานตรวจสอบตามแนวทางการสอบบัญชีที่ได้กำหนดขึ้นโดยถูกต้องและครบถ้วน

3.4 กระดาษทำการต้องแสดงข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี โดยจะต้องแสดงถึงการทดสอบความถูกต้องของรายการบัญชี  การตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เป็นสาระสำคัญทางด้านภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร  การปรับปรุงกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางบัญชีเป็นกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางภาษี  และการตรวจสอบรายการในแบบแจ้งข้อความตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50)   รวมถึงการแจ้งปริมาณและขอบเขตการตรวจสอบแต่ละด้านในกรณีที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรมิได้กำหนดไว้ในแนวทางการสอบบัญชี

3.5 กระดาษทำการต้องแสดงผลการตรวจสอบในแต่ละเรื่อง รวมถึงข้อบกพร่องหรือสิ่งผิดปกติอันมีสาระสำคัญที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ตรวจพบ การวินิจฉัยและข้อสรุปเกี่ยวกับข้อบกพร่องหรือสิ่งผิดปกติที่ตรวจพบ คำชี้แจงของผู้บริหารของกิจการในเรื่องดังกล่าว และข้อเสนอแนะที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ให้แก่กิจการ ตลอดจนการแก้ไขข้อบกพร่องหรือสิ่งปกตินั้นว่าได้ดำเนินการแล้วหรือไม่อย่างไร

4.  ประเภทกระดาษทำการ

กระดาษทำการที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องจัดทำและรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐานสามารถแบ่งได้เป็น  2  ประเภทหลัก  ดังนี้

4.1 กระดาษทำการที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจัดทำขึ้นเอง

4.2 กระดาษทำการที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้รับ แบ่งออกเป็น

4.2.1 กระดาษทำการที่ได้รับจากกิจการ

(1)  กิจการจัดทำขึ้นเอง

(2)  กิจการได้จากบุคคลภายนอก

4.2.2 กระดาษทำการที่ได้รับจากภายนอกกิจการ

5. การใช้เครื่องหมายการตรวจสอบ

เครื่องหมายการตรวจสอบ  หมายถึง สัญลักษณ์ที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรกำหนดขึ้นเอง  โดยเครื่องหมายดังกล่าวจะมีรูปร่างและความหมายที่ต่างกัน ซึ่งรูปแบบของสัญลักษณ์จะไม่มีรูปแบบที่แน่นอน  ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะกำหนด

การใช้เครื่องหมายการตรวจสอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ตรวจสอบข้อมูลในกระดาษทำการด้วยวิธีการตรวจสอบใด   ดังนั้น ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องใส่เครื่องหมายการตรวจสอบกำกับรายการที่ทำการตรวจสอบและอธิบายความหมายของเครื่องหมายการตรวจสอบนั้นไว้ในกระดาษทำการด้วย และเพื่อสะดวกในการสอบทานการตรวจสอบ  เครื่องหมายการตรวจสอบจึงควรแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดด้วยการใช้ดินสอสีต่าง ๆ ทำเครื่องหมาย

6.  ข้อปฏิบัติในการจัดทำกระดาษทำการ

6.1 จัดทำสารบาญกระดาษทำการที่แสดงถึงเรื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในกระดาษทำการ เพื่อให้เห็นโครงสร้างของกระดาษทำการทั้งหมด

6.2 กำหนดรหัสอ้างอิงของกระดาษทำการ เพื่อใช้ในการอ้างอิงระหว่างกระดาษทำการที่เกี่ยวข้องกัน

6.3 ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้หลักฐานจากการสอบถามจากบุคลากรของกิจการ  ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องระบุชื่อของบุคลากรพร้อมตำแหน่งงาน  เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงในภายหลัง

6.4 กระดาษทำการเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี หลักฐานที่ได้รับจากการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี และสิ่งที่ตรวจพบจากการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีภาษีอากร   ดังนั้น ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องเก็บรักษากระดาษทำการให้ปลอดภัยจากการถูกแก้ไข สูญหาย หรือการนำข้อมูลที่อาจเป็นความลับของกิจการไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น

กรรมสิทธิ์ของกระดาษทำการ

กระดาษทำการถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ซึ่งผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องนำมาส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของกรมสรรพากร  เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชีของตน

การเขียนรายงานผู้สอบบัญชี


ตัวอย่างการเขียนรายงาน

รายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี

เสนอ ผู้เป็นหุ้นส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด ก.

ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบงบดุล  ณ  วันที่   31  ธันวาคม  2547 และงบกำไรขาดทุนสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของห้างหุ้นส่วน จำกัด ก. ซึ่งผู้บริหารของกิจการเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลใน งบการเงินเหล่านี้ ส่วนข้าพเจ้าเป็นผู้รับผิดชอบในการรายงานต่องบการเงินดังกล่าวจากผลการตรวจสอบของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติงานตรวจสอบตามแนวทางและวิธีการตรวจสอบที่กรมสรรพากรกำหนด โดยได้ใช้วิธีทดสอบและวิธีการตรวจสอบอื่นที่เหมาะสม การตรวจสอบดังกล่าวได้รวมถึงการทดสอบรายการในแบบแจ้งข้อความของผู้เป็นหุ้นส่วนด้วย

จากการตรวจสอบดังกล่าว ข้าพเจ้าพบว่า

1.  งบการเงินข้างต้นแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31  ธันวาคม  2547 และผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของห้างหุ้นส่วน จำกัด ก. ตรงตามสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี

(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ ถ้ามี)   ห้างฯ ได้แสดงบัญชีเจ้าหนี้เงินกู้ยืมจากหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างฯ จำนวน 1,500,000.-บาท และแสดงดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้ยืมฯ จำนวน 90,000.-บาท เป็นค่าใช้จ่าย โดยไม่มีเอกสารหลักฐานใดที่แสดงถึงการกู้ยืมและการจ่ายดอกเบี้ยดังกล่าว และข้าพเจ้าไม่สามารถใช้วิธีการตรวจสอบอื่นให้เป็นที่พอใจในความถูกต้องของเจ้าหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจ่ายดังกล่าวได้ ซึ่งถ้าห้างฯ ทำการปรับปรุงจะมีผลให้กำไรสุทธิของห้างฯ เพิ่มขึ้น จำนวน 90,000.-บาท”

2. งบการเงินได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีและวิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ ถ้ามี)  ห้างฯ มีบัญชีลูกหนี้การค้าจำนวน 1,265,000.-บาท แต่มิได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ เป็นการปฏิบัติที่ผิดมาตรฐานการบัญชี

3. เอกสารประกอบการลงบัญชี เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการที่เกิดขึ้นจริงถูกต้อง เชื่อถือได้ และเกี่ยวข้องกับกิจการ

(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ ถ้ามี)   ห้างฯ นำรายจ่ายค่าซ่อมแซมจำนวน 150,200.- บาท ซึ่งเป็นรายจ่ายในการซ่อมแซมบ้านของหุ้นส่วนอันเป็นรายจ่ายส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ  ถ้าห้างฯ ทำการปรับปรุงจะมีผลให้กำไรสุทธิของห้างฯ เพิ่มขึ้นจำนวน 150,200.- บาท”

4. กิจการได้ปรับปรุงกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี ให้เป็นกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิ เพื่อเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร

(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ ถ้ามี)      กรณีข้อยกเว้นในข้อ 1  มีผลให้กำไรสุทธิต่ำไป จำนวน 90,000 บาท

กรณีข้อยกเว้นในข้อ 3  มีผลให้กำไรสุทธิต่ำไป จำนวน 150,200 บาท

จากข้อยกเว้นดังกล่าว ทำให้กำไรสุทธิทางภาษีของห้าง ฯ ต่ำไปจำนวน 240,200 บาท

5. อื่น ๆ  ไม่มี

ลายมือชื่อ    

(             นายทีเอ  ตรวจสอบ             )

□  ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต              □  ผู้สอบบัญชีภาษีอากร

เลขทะเบียน   TA999999

เลขประจำตัวประชาชน   3100000000009

ที่ตั้งสำนักงาน 111/111 ถ.พหลโยธิน เขตสามเสนใน  กทม.10400

วันที่  10 เมษายน 2548

ผู้สนับสนุนเว็บ






บทความยอดนิยม