Rukbunchee ‘หมวดรายได้’ By audit
เงินเดือนเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียภาษี
เงินเดือนเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียภาษี
วันนี้ได้ยื่นภาษี มีขอคืนด้วยแฮ่ะ แบบว่าหักเกินไปหน่อย 555 ก็เลยลองมาคิดเล่นๆว่า มีเงินเดือนเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียภาษี เอาแบบเป็นหนุ่มโสด หรือ สาวโสด ไม่มีภาระ อะไรเลย มีรายได้ทั้งปี 240,000 บาทต่อปี หรือ 20,000 บาท ต่อเดือน สูงเหมือนกันนะเนี่ย เลยรู้เลยผมเงินเดือนเกิน สองหมื่น อิอิ
ที่นี่เรามาดูว่า รายได้ทั้งปี 240,000 บาทต่อปี หรือ 20,000 บาท ต่อเดือน ตัวเลขเหล่านี้มาได้ยังไง ก็มี 3 ตัวหลักๆ ที่ทำให้เกิดคือ
1 ค่าลดหย่อนของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท มาตรา 47 (ก)
2 ค่าใช้จ่าย ร้อยละ 40 ไม่เกิน 60,000 บาท มาตรา 42 ทวิ
3 หลังจากหักค่า ตามข้อ 1 และ ข้อ 2 แล้ว มีเงินได้ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี ได้รับการยกเว้น
บัญชีอัตราภาษีเงินได้ ตามที่กรมสรรพกรกำหนด
สำหรับบุคคลธรรมดา
เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ยกเว้นภาษี
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 150,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ร้อยละ 10
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ร้อยละ 20
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 4,000,000 บาท ร้อยละ 30
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 4,000,000 บาท ร้อยละ 37
ดังนั้นเราก็แค่เอา 150,000 + 60,000 + 30,000 = 240,000 นั่นเอง
อย่างที่บอก อันนี้คำนวณแบบ คนโสด ไม่มีภาระอะไร เช่น ผ่อนที่อยู่อาศัย ทำเบี้ยประกันชีวิต มีบุตร มีพ่อแม่อายุเกิน 60 ฯลฯ ถ้าสามารถลดหย่อนตามที่กล่าวมา ก็ยังสามารถขยายไปได้อีก มากกว่า เดือนละ 20,000 บาท
โดยคนส่วนมากที่รู้ดี ก็จะทำประกันชีวิต ผ่อนบ้านที่อยู่อาศัย ซื้อกองทุนต่างๆที่หักลดหย่อนได้ การทำบุญก็ต้องขอหลักฐาน ถ้าเป็นการศึกษาก็จะได้ 2 เท่าจากการบริจาค ธรรมดาที่ไม่ใช่การศึกษา ค่าลดหย่อนพวกนี้ล่ะที่ทำให้ คนรู้ดี ใช้สิทธิลดหย่อนจนเสียภาษีน้อยที่สุด เท่าที่จะใช้้ได้ และ เพื่อนๆ พี่ๆล่ะ ใช้สิทธิ์กันครบหรือยังครับ ^ ^
การรับรู้รายการ การวัดมูลค่า
การรับรู้รายการ การวัดมูลค่า การแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูล ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีกำหนด ซึ่งประกอบด้วย มาตรฐานการรายงานทางการเงิน มาตรฐานการบัญชี การตีความมาตรฐานการบัญชีและการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (ซึ่งอธิบายความหมายในมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน) ในกรณีการเลือกใช้และการปฏิบัติตามนโยบายการบัญชี กิจการต้องนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินไปปฏิบัติเป็นการเฉพาะกับรายการ เหตุการณ์ สถานการณ์อื่นทางบัญชีตามข้อกำหนดของมาตรฐานการรายงานทางการเงินเรื่องนั้น
ถ้าไม่มีมาตรฐานการรายงานทางการเงินโดยเฉพาะ ฝ่ายบริหารต้องใช้ดุลยพินิจเลือกนโยบายการบัญชีจากแหล่งต่อไปนี้ตามลำดับคือ 1) ข้อกำหนดและแนวปฏิบัติในมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่คล้ายกันและเกี่ยว ข้อง 2) คำนิยาม เกณฑ์การรับรู้รายการ และแนวคิดการวัดมูลสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายที่เป็นองค์ประกอบของงบการเงินตามแม่บทการบัญชี 3) ประกาศของหน่วยงานอื่นที่ใช้แนวคิดคล้ายแม่บทการบัญชีและวิธีปฏิบัติที่เป็น ที่ยอมรับในอุตสาหกรรม โดยนโยบายการบัญชีที่เลือกต้องส่งผลให้ข้อมูลในงบการเงินมีความเกี่ยวข้อง กับการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจและเชื่อถือได้ และปฏิบัติสม่ำเสมอจนกว่าจะมีข้อกำหนดอื่นของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน หรือการเปลี่ยนนโยบายการบัญชีจะทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับการ ตัดสินใจมากขึ้น แต่ถ้ารายการ เหตุการณ์ สถานการณ์มีความแตกต่างกันหรือไม่เคยเกิดขึ้นในกิจการหรือเคยเกิดแต่ไม่มี สาระสำคัญ ให้ถือว่าไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี นอกจากนี้ การบันทึกมูลค่าสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ด้วยราคาที่ตีใหม่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการปรับมูลค่าตามมาตรฐานการ บัญชีฉบับที่ 16 (ปรับปรุง 2552)