Rukbunchee ‘ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต’ By audit

ผู้ตรวจสอบบัญชี


ผู้ตรวจสอบบัญชี

ปัจจุบัน ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ได้รับอนุญาติ ของไทย มี 2 แบบ คือ

ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต เป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี
ผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร เป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากรจากอธิบดีกรมสรรพากร

คุณสมบัติของ บุคคลที่จะเข้าทำการทดสอบ เพื่อเป็น ผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร

กรมสรรพากรได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอเข้ารับการทดสอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร ดังนี้

1. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี หรือประกาศนียบัตรทางการบัญชี ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนรับรองเทียบเท่าไม่ต่ำกว่าปริญญาดัง กล่าว

[ผู้ยื่นคำขอเข้าทดสอบจะต้องได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ไม่เกินวันที่ วันสุดท้ายของการรับสมัครในแต่ละครั้ง]

2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

3. มีสัญชาติไทย หรือมีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยเป็น ผู้ตรวจสอบบัญชีในประเทศนั้นได้

4. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

5. ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีเกี่ยวกับภาษีอากรหรือคดีอื่นที่อธิบดีเห็นว่าอาจนำ มาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งความเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร

6. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

7. ไม่เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและรับรองบัญชีที่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักหรือถูกเพิกถอน ใบอนุญาต

8. ต้องผ่านการทดสอบตามที่อธิบดีกำหนด

สิทธิของผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร

ผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร สามารถตรวจสอบและรับรองบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดง ความเห็นโดยผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต โดยมีทุน สินทรัพย์ และรายได้ ทุกรายการไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวง ดังนี้

(1) ทุนห้าล้านบาท

(2) สินทรัพย์รวมสามสิบล้านบาท

(3) รายได้รวมสามสิบล้านบาท

กรณีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยที่มีทุน สินทรัพย์ และรายได้ ตามเงื่อนไขข้างต้นมีการแจ้งเลิกกิจการ ผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากรไม่มีสิทธิตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่แจ้งเลิก

ส่วน ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี สามารถตรวจสอบและรับรองบัญชีได้โดยไม่กำหนดทุนจดทะเบียน และ รายได้ของ กิจการห้างร้าน บริษัท

แนวทางการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชี


แนวทางการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชี

ตามที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตรวจสอบการรับทำบัญชีธุรกิจของผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ. 2543 จากข้อมูลการนำส่งงบการเงินของธุรกิจ และข้อมูลการแจ้งรายชื่อธุรกิจที่ผู้ทำบัญชี รับทำบัญชีให้พบว่า มีผู้ทำบัญชีบางรายยังปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีตามกฎหมายไม่ถูกต้อง เช่น รับทำบัญชีให้แก่ธุรกิจในปริมาณที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้แจ้งข้อมูลการรับทำบัญชีของธุรกิจที่ ตนรับทำบัญชีให้ เป็นต้น เนื่องจากผู้ทำบัญชียังไม่เข้าใจในบทบัญญัติของกฎหมาย จึงปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดไม่ถูกต้อง ดังนั้น คณะผู้จัดทำจึงขอนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชีของกรมพัฒนา ธุรกิจการค้าดังกล่าว เพื่อเป็นการชี้แจงเงื่อนไขและแนวทางปฏิบัติของการเป็นผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ทำบัญชีให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชีตาม ที่กฎหมายกำหนด โดยสรุปได้ดังนี้

1. การแจ้งข้อมูลการรับทำบัญชี
ผู้ทำบัญชีที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการทำบัญชีของธุรกิจ ต้องดำเนินการแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง กับการทำบัญชี พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 60 วัน นับแต่ วันเริ่มทำบัญชี ซึ่งปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เปิดให้บริการแก่ผู้ทำบัญชีผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่ง ผู้ทำบัญชีต้องดำเนินการ ดังนี้

1.1 แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ ส.บช.5 (แบบแจ้งการทำบัญชีของผู้ทำบัญชีตามมาตรา 7 (6) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543) และแบบ ส.บช. 5-1 (แบบแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่รับทำบัญชี) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 60 วันนับแต่วันเริ่มทำบัญชี

1.2 แจ้งความประสงค์เพื่อรับหมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยจัดส่งแบบแจ้งความประสงค์ที่สำนักกำกับดูแลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 44/100 ถนนนนทบุรี 1 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 หรือขอรับหมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ทาง Internet ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th และเมื่อผู้ทำบัญชีได้ User ID และ Password แล้วสามารถดำเนินการแจ้งได้ทุกกรณีไม่ว่าจะแจ้งเพิ่มและยกเลิกธุรกิจ
ที่รับทำบัญชี แก้ไขข้อมูล แจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีของผู้ทำบัญชีในทุกรอบสามปี อนึ่ง การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ทำบัญชีในกรณีอื่น เช่น การแจ้งเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลเปลี่ยนคุณวุฒิการศึกษา ฯลฯ ให้ผู้ทำบัญชีแจ้งเป็นเอกสารตามแบบ ส.บช.6 (แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงการทำบัญชีตามมาตรา 7 (6) และ มาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543)

2. การนับจำนวนรายธุรกิจที่ผู้ทำบัญชีสามารถรับทำบัญชีได้
ตามประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2543กำหนดให้ผู้ทำบัญชีที่รับทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ปีละเกินกว่าหนึ่งร้อยรายต้องจัดให้มีผู้ช่วย ผู้ทำบัญชีซึ่งมีคุณวุฒิเช่นเดียวกับผู้ทำบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนในทุกๆ หนึ่งร้อยรายที่เกินหนึ่งร้อยรายแรก เศษของแนวทางการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชี
หนึ่งร้อยถ้าเกินกว่าห้าสิบให้นับเป็นหนึ่งร้อย และผู้ช่วยผู้ทำบัญชีดังกล่าวจะต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีในสถานะของผู้ช่วยผู้ทำบัญชี และแจ้งรายชื่อธุรกิจที่ตนรับทำบัญชีกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเช่นเดียวกับผู้ทำบัญชีด้วยทั้งนี้ การนับจำนวนของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมิให้รวมถึงผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่มิได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว หรือที่ยังไม่ได้เริ่มทำการค้าขายหรือประกอบการงาน

3. การเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD)
ผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพทุกรอบสามปี โดยในแต่ละรอบต้องมีจำนวนชั่วโมงไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมง และต้องเป็นกิจกรรมที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในแต่ละปีผู้ทำบัญชีจะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง จากสถาบัน วิชาชีพหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความเห็นชอบ โดยให้ผู้ทำบัญชี แจ้งการเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพภายใน 60 วัน ตั้งแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี และต้องจัดเก็บหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีไว้กับตนเองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของวันสิ้นสุดการอบรม ซึ่งผู้ทำบัญชีสามารถแจ้งข้อมูลการเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีผ่านทางเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th โดยใช้ User ID และ Password เดียวกับการแจ้งเพิ่มยกเลิกธุรกิจที่รับทำบัญชี ทั้งนี้ หากผู้ทำบัญชีท่านใดมีข้อสงสัย หรือประสงค์จะสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม เงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักกำกับดูแลธุรกิจ งานกำกับผู้ทำบัญชี โทรศัพท์ 02-547-4395 หรือ 02-547-5977

บทความยอดนิยม